la-

การตรวจระดับฮอร์โมน: ควรตรวจเมื่อใด วิธีไหนแม่นยำที่สุด?

ตรวจระดับฮอร์โมน

In this Article

Share

ฮอร์โมนคือสารเคมีที่หลั่งจากต่อมไร้ท่อต่าง ๆ ในร่างกาย มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ เช่น ระบบสืบพันธุ์ อารมณ์ พลังงาน การนอนหลับ และการเผาผลาญ เมื่อระดับฮอร์โมนไม่สมดุล มักส่งผลให้เกิดอาการที่หลายคนไม่คาดคิด เช่น รอบเดือนผิดปกติ เหนื่อยล้าเรื้อรัง อารมณ์แปรปรวน หรือแม้แต่ภาวะมีบุตรยาก การตรวจวัดระดับฮอร์โมนจึงเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการประเมินสุขภาพโดยรวมอย่างลึกซึ้งและตรงจุด

เมื่อไหร่ควรตรวจระดับฮอร์โมน?

ผู้หญิงควรพิจารณาการตรวจวัดระดับฮอร์โมนเมื่อมีอาการหรือความผิดปกติดังต่อไปนี้:

  1. ประจำเดือนผิดปกติ เช่น ขาดประจำเดือน มาช้า มาเร็วกว่าปกติ หรือมีเลือดออกไม่ตรงรอบ
  2. มีอาการของวัยทองก่อนวัย เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกตอนกลางคืน หงุดหงิดง่าย
  3. มีบุตรยาก หรือวางแผนตั้งครรภ์ การตรวจฮอร์โมนช่วยประเมินภาวะตกไข่และคุณภาพของระบบสืบพันธุ์
  4. มีอาการของ PCOS เช่น ขนดก สิวเรื้อรัง น้ำหนักเกิน และรอบเดือนขาด
  5. อารมณ์หรือการนอนผิดปกติ เช่น เครียดเรื้อรัง นอนไม่หลับ ซึมเศร้า
  6. ผมร่วง ผิวแห้ง น้ำหนักเปลี่ยนแปลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งอาจสัมพันธ์กับฮอร์โมนไทรอยด์หรือคอร์ติซอล

ฮอร์โมนที่นิยมตรวจ

  • Estrogen (เอสโตรเจน): ช่วยควบคุมรอบเดือนและพัฒนาระบบสืบพันธุ์
  • Progesterone: มีบทบาทในช่วงหลังไข่ตกและระหว่างตั้งครรภ์
  • FSH / LH: ควบคุมการทำงานของรังไข่และการตกไข่
  • Prolactin: เกี่ยวข้องกับการหลั่งน้ำนม และหากสูงเกินไปอาจรบกวนรอบเดือน
  • Testosterone: ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ ความต้องการทางเพศ และระดับพลังงาน
  • Cortisol: ฮอร์โมนความเครียดที่ส่งผลต่อการนอน น้ำหนัก และภูมิคุ้มกัน
  • T3 / T4 / TSH: ฮอร์โมนไทรอยด์ที่ควบคุมการเผาผลาญและอารมณ์
  • AMH (Anti-Müllerian Hormone): ใช้ประเมินจำนวนไข่ในรังไข่ เหมาะสำหรับผู้วางแผนมีบุตร

ค่าปกติของฮอร์โมนผู้หญิงแต่ละชนิด

ตรวจระดับฮอร์โมน
ตรวจระดับฮอร์โมน

วิธีตรวจระดับฮอร์โมนที่นิยม

  1. ตรวจเลือด: เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้วัดฮอร์โมนส่วนใหญ่ ได้ผลแม่นยำสูง
  2. ตรวจน้ำลาย: เหมาะสำหรับวัดฮอร์โมนรายวัน เช่น Cortisol ใช้ง่ายแต่แม่นยำน้อยกว่า
  3. ตรวจปัสสาวะ: ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนตลอดวัน เช่น เมตาบอไลต์ของเอสโตรเจน
  4. ตรวจจากเลือดแห้ง (Dried Blood Spot): เป็นชุดตรวจที่ใช้ที่บ้าน ปลอดภัยและสะดวก

คำแนะนำก่อนตรวจ

  • ตรวจเลือดในช่วงที่เหมาะสม เช่น วันที่ 2–5 ของรอบเดือนสำหรับ FSH/LH หรือวันที่ 21 สำหรับ Progesterone
  • ควรงดออกกำลังกายหนักและงดอาหารเสริมบางชนิดก่อนตรวจ
  • แจ้งแพทย์หากใช้ยาคุมกำเนิดหรือยาฮอร์โมนอื่น ๆ

การแปลผลและการดูแลต่อเนื่อง

ผลตรวจฮอร์โมนควรได้รับการวิเคราะห์โดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากแต่ละค่าแปรผันตามอายุ ช่วงเวลาในรอบเดือน และประวัติสุขภาพ หากพบค่าผิดปกติ อาจมีแนวทางดูแลเพิ่มเติม เช่น การใช้ฮอร์โมนทดแทน การเปลี่ยนพฤติกรรมอาหาร หรือปรับกิจวัตรประจำวันร่วมด้วย

การตรวจวัดระดับฮอร์โมนเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าใจร่างกายตนเอง โดยเฉพาะเมื่อมีสัญญาณเตือนว่าฮอร์โมนอาจไม่สมดุล การตรวจที่เหมาะสมในช่วงเวลาถูกต้องจะช่วยให้วินิจฉัยได้แม่นยำ พร้อมวางแผนการดูแลสุขภาพได้ตรงจุดในทุกช่วงวัยของผู้หญิง

อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกัน

Picture of Tida C.
Tida C.

นักการตลาดดิจิทัลผู้หลงใหลในเรื่องสุขภาพและการเติบโตของผู้หญิง ถ่ายทอดเนื้อหาเข้าใจง่ายจากมุมมองจริงใจและใกล้ตัว เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนดูแลตัวเองจากภายใน

Pin to board
Share on facebook

0 Comments:
Your comment is awaiting moderation.

Thanks for sharing. I read many of your blog posts, cool, your blog is very good. https://accounts.binance.info/id/register?ref=UM6SMJM3

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Articles
ปวดท้องประจำเดือน

ปวดประจำเดือนแบบไหนผิดปกติ? — รู้ทันสัญญาณเตือนเพื่อสุขภาพที่ดี

ปวดประจำเดือนแบบไหนผิดปกติ? อาการปวดท้องประจำเดือน (หรือ “ปวดท้องเมนส์”) เป็นสิ่งที่ผู้หญิงจำนวนมากมักเผชิญทุกเดือน มีตั้งแต่เบาๆ จนถึงปวดมาก ซึ่งบางอาการถือเป็นเรื่องปกติธรรมชาติ แต่บางอาการกลับเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่า “อาการปวดประจำเดือนแบบไหนผิดปกติ” และควรทำอย่างไรเมื่อต้องเผชิญ ปวดท้องประจำเดือน (ปวดท้องเมนส์) — ปกติ vs ผิดปกติ ปวดประจำเดือนแบบปฐมภูมิ (Primary Dysmenorrhea) — ปกติ ปวดท้องประจำเดือนประเภทนี้เป็นแบบที่ไม่มีโรคซ่อนเร้น มักเกิดจากการที่ร่างกายผลิตสารโพรสตาแกลนดิน

Menstrual cup. Periods, eco alternative

ประจำเดือนมามาก (Menorrhagia) และวิธีจัดการเพื่อสุขภาพดี

หลายคนอาจเจอกับประสบการณ์ “เลือดออกมาก” จนน่าเป็นกังวล ซึ่งภาวะนี้เรียกว่า Menorrhagia เมื่อเลือดออกนานเกิน 7 วัน หรือมากกว่าที่ควร อาการแบบนี้สามารถจัดการได้ทั้งด้วยตัวเองและการดูแลจากแพทย์ บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น

รอบเดือนปกติควรเป็นอย่างไร

วงจรการมีประจำเดือน

รอบเดือนคือการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายผู้หญิง ซึ่งมีผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและอารมณ์ รู้หรือไม่ว่า วงจรนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเลือดที่ไหลออกมาเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณของความพร้อมในการตั้งครรภ์และการเติบโตของร่างกายในแต่ละช่วง

No more posts to show, explore other topics:

instagram:

This error message is only visible to WordPress admins

Error: No feed with the ID 2 found.

Please go to the Instagram Feed settings page to create a feed.