la-

โรคซึมเศร้าหลังคลอด: อาการ สาเหตุ การรักษา และวิธีดูแลใจคุณแม่อย่างครอบคลุม

In this Article

Share

โรคซึมเศร้าหลังคลอดคืออะไร

โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression หรือ PPD) เป็นภาวะความผิดปกติทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณแม่หลังการคลอดบุตร โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นภายใน 4 สัปดาห์ถึง 1 ปีหลังคลอด มีอาการตั้งแต่ความเศร้า ความรู้สึกหมดหวัง ไปจนถึงความยากลำบากในการผูกพันกับลูก
งานวิจัยในประเทศไทยพบว่า คุณแม่ไทยกว่า 1 ใน 4 อาจประสบภาวะนี้ในช่วงปีแรกหลังคลอด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่หลายคนคาดคิด ปัญหาสำคัญคือผู้ป่วยและครอบครัวมักไม่รู้ว่าเป็นโรคนี้ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา

โรคซึมเศร้าหลังคลอด: อาการ สาเหตุ การรักษา และวิธีดูแลใจคุณแม่อย่างครอบคลุม
โรคซึมเศร้าหลังคลอด: อาการ สาเหตุ การรักษา และวิธีดูแลใจคุณแม่อย่างครอบคลุม

อาการและสัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้าหลังคลอด

การสังเกตอาการแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

อาการทางอารมณ์

  • รู้สึกเศร้า หดหู่ หรือร้องไห้บ่อยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • หมดความสนใจหรือความสุขในสิ่งที่เคยชอบทำ
  • รู้สึกไร้ค่า ผิดหวังในตัวเอง หรือมีความรู้สึกผิดอย่างรุนแรง
  • วิตกกังวลเกินเหตุเกี่ยวกับลูก สุขภาพ หรืออนาคต

อาการทางร่างกาย

  • นอนไม่หลับแม้ลูกหลับ หรือหลับมากเกินไป
  • เหนื่อยล้าเรื้อรัง แม้จะพักผ่อนแล้ว
  • การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักหรือความอยากอาหาร
  • ปวดหัว ปวดเมื่อย หรืออาการทางกายที่หาสาเหตุทางการแพทย์ไม่ได้

ความแตกต่างระหว่าง “Baby Blues” และ “Postpartum Depression”

หลังคลอดคุณแม่หลายคนอาจประสบ “Baby Blues” คือความเศร้าชั่วคราวในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก สาเหตุจากฮอร์โมนและความเหนื่อยล้า ซึ่งจะหายเอง
ในทางกลับกัน “Postpartum Depression” จะมีอาการรุนแรงกว่า และยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ พร้อมความบกพร่องในการใช้ชีวิตประจำวัน

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคซึมเศร้าหลังคลอด

โรคซึมเศร้าหลังคลอดไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักเป็นผลรวมของหลายปัจจัย

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ระดับเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่ลดลงอย่างรวดเร็วหลังคลอด ส่งผลโดยตรงต่อสารเคมีในสมองที่ควบคุมอารมณ์

ปัจจัยทางจิตใจและสังคม

  • ความเครียดจากการเลี้ยงลูก
  • ความกังวลด้านการเงิน
  • การขาดการสนับสนุนจากครอบครัวหรือคู่ชีวิต
  • ประสบการณ์การคลอดที่ยากลำบาก

ประวัติสุขภาพจิต

ผู้ที่เคยมีภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือโรคอารมณ์สองขั้วก่อนหน้า มีความเสี่ยงสูง

ผลกระทบต่อแม่และลูก

  • ต่อคุณแม่: ทำให้สูญเสียความมั่นใจ อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้ารุนแรงหรือต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน
  • ต่อลูก: อาจกระทบพัฒนาการทางอารมณ์ สติปัญญา และความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ในอนาคต

การวินิจฉัย

แพทย์จะใช้การซักประวัติ ตรวจร่างกาย และแบบประเมิน เช่น Edinburgh Postnatal Depression Scale (EPDS) ซึ่งเป็นแบบสอบถามสั้น ๆ ที่ช่วยประเมินความเสี่ยง
ในบางกรณีอาจใช้เกณฑ์ DSM-5 ในการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ

วิธีป้องกันโรค Postpartum Depression

  • เตรียมความพร้อมด้านจิตใจก่อนคลอด เช่น เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนคุณแม่
  • วางแผนการช่วยเหลือหลังคลอด ทั้งจากคู่ชีวิต ครอบครัว และเพื่อน
  • รักษาสุขภาพกาย เช่น ออกกำลังกายเบา ๆ และรับประทานอาหารครบหมู่
  • ลดความคาดหวังที่กดดันตัวเองเกินไป

วิธีรักษาโรค Postpartum Depression

การบำบัดทางจิตใจ

  • Cognitive Behavioral Therapy (CBT)
  • Interpersonal Therapy (IPT)

การใช้ยา

  • ยากลุ่ม SSRIs เช่น Sertraline ที่มีความปลอดภัยสำหรับคุณแม่ที่ให้นม
  • ยาใหม่ เช่น Zuranolone (แบบเม็ด) และ Brexanolone (ฉีด IV) สำหรับรายรุนแรง

การดูแลตนเอง

  • นอนพักเพียงพอ
  • ใช้เทคนิคผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือการหายใจลึก
  • พูดคุยเปิดใจกับคนที่ไว้ใจได้

บทบาทของครอบครัวและคู่ชีวิต

  • สังเกตอาการและให้กำลังใจ
  • แบ่งเบาภาระการเลี้ยงลูกและงานบ้าน
  • สนับสนุนให้คุณแม่เข้าพบแพทย์หรือนักจิตวิทยา

แหล่งช่วยเหลือ

  • สายด่วนสุขภาพจิต 1323

สรุป

โรคซึมเศร้าหลังคลอดเป็นเรื่องที่ควรตระหนัก เพราะสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกคน ไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแลและรักษา การรับรู้เร็วและการสนับสนุนจากคนรอบข้างจะช่วยให้คุณแม่กลับมามีสุขภาพจิตที่แข็งแรงและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกได้อีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าหลังคลอด

โรคซึมเศร้าหลังคลอดเกิดจากอะไร?

เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอด ความเครียดทางจิตใจ การขาดการสนับสนุนจากครอบครัว และประวัติภาวะซึมเศร้าก่อนตั้งครรภ์

อาการของโรคซึมเศร้าหลังคลอดแตกต่างจาก Baby Blues อย่างไร?

Baby Blues เป็นความเศร้าชั่วคราว 1–2 สัปดาห์หลังคลอดและหายได้เอง แต่โรคซึมเศร้าหลังคลอดมีอาการรุนแรงและยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ พร้อมผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

โรคซึมเศร้าหลังคลอดรักษาหายไหม?

สามารถรักษาได้ โดยใช้วิธีบำบัดทางจิตใจ การใช้ยา (ในบางกรณี) และการสนับสนุนจากครอบครัว ยิ่งตรวจพบเร็ว โอกาสฟื้นตัวก็สูง

ถ้าสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด ควรทำอย่างไร?

ควรพบแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อประเมิน และแจ้งคนใกล้ชิดเพื่อขอความช่วยเหลือ หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว

สามีหรือครอบครัวช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าหลังคลอดได้ไหม?

ได้ โดยให้การสนับสนุนทางอารมณ์ ช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลลูก และพูดคุยอย่างเปิดใจ

การให้นมบุตรมีผลต่อการรักษาโรคซึมเศร้าหลังคลอดหรือไม่?

การให้นมบุตรส่วนใหญ่สามารถทำได้ควบคู่กับการรักษา แพทย์จะเลือกยาที่ปลอดภัยต่อทารก เช่น SSRIs บางชนิด

อ่านเพิ่มเติมในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกัน

Picture of Tida C.
Tida C.

นักการตลาดดิจิทัลผู้หลงใหลในเรื่องสุขภาพและการเติบโตของผู้หญิง ถ่ายทอดเนื้อหาเข้าใจง่ายจากมุมมองจริงใจและใกล้ตัว เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนดูแลตัวเองจากภายใน

Pin to board
Share on facebook

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Next Articles
ตรวจระดับฮอร์โมนต่ำในผูหญิง

ฮอร์โมนต่ำในผู้หญิงคืออะไร? สาเหตุหลักที่ต้องรู้

ภาวะฮอร์โมนต่ำ (Hormonal Imbalance หรือ Hormone Deficiency) คือสภาวะที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนต่ำกว่าปกติ ไม่สมดุล หรือมีการหลั่งฮอร์โมนบางชนิดน้อยลง ซึ่งในผู้หญิงมักเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศ เช่น เอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone)

ตรวจระดับฮอร์โมน

การตรวจระดับฮอร์โมน: ควรตรวจเมื่อใด วิธีไหนแม่นยำที่สุด?

การตรวจวัดระดับฮอร์โมนช่วยวินิจฉัยอาการผิดปกติในผู้หญิง เช่น รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ วัยทอง หรือมีบุตรยาก บทความนี้แนะนำช่วงเวลาที่ควรตรวจ และวิธีที่ใช้ได้จริงทั้งตรวจเลือด น้ำลาย และปัสสาวะ

ฮอร์โมนในวัยรุ่นหญิง

ฮอร์โมนในวัยรุ่นหญิง

วัยรุ่นหญิงต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจอย่างรวดเร็ว ฮอร์โมนหลักอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง การมีประจำเดือน และอารมณ์แปรปรวน บทความนี้อธิบายกระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างละเอียด พร้อมแนวทางดูแลให้วัยรุ่นเติบโตอย่างมั่นใจและสมวัย

Unrecognizable Women topless doing self-checks for breast cancer. BSE Checking up breast changes

ฮอร์โมนและการเปลี่ยนแปลงของเต้านม

ฮอร์โมนเพศหญิง เช่น เอสโตรเจน Progesterone และ Prolactin เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงต่าง ๆ ของรอบเดือนหรือระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ (mammoplasia), เต้านมแข็ง เจ็บแน่น หรือความผิดปกติต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปกติธรรมชาติ

ฮอร์โมนคอร์ติซอล

ฮอร์โมนคอร์ติซอล

คอร์ติซอล (Cortisol) คือฮอร์โมนสำคัญที่ถูกสร้างเมื่อเรารู้สึกเครียดหรืออยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด หากสมดุลจะช่วยให้ร่างกายรับมือกับภาวะฉุกเฉินได้ดี ช่วยปลุกพลังในยามเช้าและรักษาสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน แต่หากคอร์ติซอลสูงเรื้อรังจะส่งผลลบต่อสุขภาพ ทั้งระบบประจำเดือน น้ำหนัก อารมณ์ ไปจนถึงการนอนหลับ—การเข้าใจคอร์ติซอลจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลร่างกายอย่างครอบคลุม

น้ำหนักเพิ่มขึ้น

ฮอร์โมนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นจริงไหม

ทำไมบางครั้งน้ำหนักขึ้นโดยที่ไม่ได้กินมากขึ้น?

น้ำหนักไม่ได้แค่เรื่องของ “กินน้อย” หรือ “เคลื่อนไหวน้อย” เท่านั้น ฮอร์โมนสำคัญเช่น คอร์ติซอล เอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน ไทรอยด์ อินซูลิน เลปติน และเกรลิน ต่างมีบทบาทสำคัญต่อระบบเผาผลาญและการสะสมไขมัน เมื่อฮอร์โมนใดผิดปกติ แม้จะกินปกติหรือน้อย อาจพบว่าน้ำหนักขึ้นหรือไม่ลดสักทีได้

No more posts to show, explore other topics:

instagram:

This error message is only visible to WordPress admins

Error: No feed with the ID 2 found.

Please go to the Instagram Feed settings page to create a feed.